หูดหงอนไก่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรจะรู้จัก

หูดหงอนไก่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรจะรู้จัก

หูดหงอนไก่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรจะรู้จัก
หูดหงอนไก่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรจะรู้จัก

โรคหูดหงอนไก่   เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ฮิวแมน แปปิโลมาไวรัส (Human Papilloma Virus) หรือ HPV  ที่หลายคนคงจะเคยได้ยินมาบาง  ที่ได้ยินมาบางก็เนื่องจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก   เนื่องจากไวรัสHPV นั้นมีหลายสายพันธุ์จึงทำให้เกิดหูด หรือโรคที่แตกต่างกันไป หากเป็นหูดหงอนไก่ก็อาจจะได้รับเชื้อที่เป็นสายพันธุ์ 6 หรือ 11 แต่ถ้าใครเป็นหูดหงอนไก่ที่เกิดมาจากไวรัสHPV สายพันธุ์ 16 หรือ 18 ก็มีแต่ก็ไม่อาจที่จะหนีพ้นกันค่ะ เนื่องจากคนที่เป็นโรคหูดหงอนไก่นี้ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกันค่ะ    ถึงแม้ว่าจะเป็นที่รู้กันดีว่าโรคหูดหงอนไก่เป็นโรคที่ติดต่อกันทางทางด้านเพศสัมพันธ์แต่อย่าเพิ่งที่จะนิ่งนอนใจ  เพราะโรคนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันก็สามารถที่จะติดต่อกันได้จากการสัมผัส  เพราะเชื้อเหล่านี้จะสามารถพบได้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย อย่างเช่น  ผม ซอกเล็บ เครื่องใช้ต่าง ๆ  หรือมือที่เปื้อนเชื้อไวรัสHPV ที่มาจากการสัมผัสอวัยวะเพศ ก็สามารถติดเชื้อไวรัสตัวนี้ได้เช่นกัน

โดยส่วนใหญ่ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์  จากการสัมผัสระหว่างผิวหนังกับผิวหนังเป็นช่องทางติดต่อที่พบได้บ่อยมากที่สุด ส่วนรองลงมาก็มาจากการใช้เครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน  อาการเริ่มแรกส่วนใหญ่จะพบว่าเริ่มมีผื่นสีออกน้ำตาลไปทางชมพู เกิดขึ้น  เมื่อผื่นเริ่มมีขนาดที่ใหญ่จะมีสีน้ำตาลผื่นนูนหนาขึ้นตามมาจากนั้นก็จะมีหูดที่มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ จนถึงก้อนโตจนอุดกั้นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือท่อปัสสาวะเลยก็ได้ บางผู้ป่วยบางรายพบว่าอาจมีเลือดออกมาจาก้อน คัน แล้วเกิดมีการตกขาวผิดปกติ รวมทั้งแสบร้อนที่อวัยวะเพศด้วย

โรคหูดหงอนไก่  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง  แต่ใครก็ไม่อยากจะเป็นกันว่าไหม  ก็เพราะว่ามันส่งผลอำลายในเรื่องของความมั่นใจของเราทั้งนี้ยังร่วมไปถึงคู่นอนของเราด้วย  ซึ่งสามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้  แต่ก็อย่าคิดว่าหายจริงๆนะ เพราะถ้าได้รับเชื้อมาใหม่ก็สามารถที่จะกลับมาเป็นได้  โดยวิธีการรักษาส่วนใหญ่จะรักษาด้วยการให้ยาดังต่อไปนี้

  • โพโดฟีโลทอกซิน เป็นยาที่ใช้ภายนอกด้วยการทา ซึ่งยางตัวนี้จะสามารถช่วยไปยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์แต่ยานี้จะต้องให้แพทย์เป็นผู้ทาให้ตามเวลานัด
  • ไตรคลอโรเซติกแอ เป็นยาที่มีฤทธิ์ทำให้โปรตีนในเซลล์เกิดการเสื่อมสภาพเป็นเซลล์ตาย ทำให้หูดที่มีก้านนั้นหลุดออกภายในช่วงระยะเวลา2-3 วันได้ และยาชนิดนี้ก็ต้องให้แพทย์เป็นผู้ทาให้
  • อิมิควิโมด ยาชนิดนี้เป็นยาที่ผู้ป่วยสามารถทาได้เอง โดยยาตัวนี้จะเข้าไปกำจัดไวรัสHPV ในร่างกาย แต่เมื่อใช้แล้วอาจส่งผลข้างเคียงทำให้เกิดผื่นได้เฉพาะที่ขึ้น
  • โพโดฟิลอก ยานี้จะเป็นยาที่เข้าไปยังยั้งการแบ่งเซลล์ ผู้ป่วยสามารถใช้ทาได้เองเช่นกัน ผลข้างเคียงของยานี้ก็คือ อาจจะส่งผลทำให้เกิดระคายเคืองได้

ข้อแนะนำในเรื่องของการทายา  คือ  ก่อนที่จะทายาทุกครั้ง ผู้ใช้ยาทำภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อยหรือควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเสมอ เพราะหลังจากที่ทายาแล้วไม่ควรที่จะให้รอยทายาโดนน้ำเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง